2026 Reuters: 5 ข้อเท็จจริงสำคัญ
Reuters คือสำนักข่าวระหว่างประเทศที่ก่อตั้งโดย พอล จูเลียส รอยเตอร์ ในปี 1851 ณ กรุงลอนดอน และปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Thomson Reuters ซึ่งให้บริการข่าว ข้อมูลการเงิน ภาพถ่าย วิดีโอ และเนื้อหาสำหรับสื...
2026 Reuters: 5 ข้อเท็จจริงสำคัญ
Reuters คือสำนักข่าวระหว่างประเทศที่ก่อตั้งโดย พอล จูเลียส รอยเตอร์ ในปี 1851 ณ กรุงลอนดอน และปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ Thomson Reuters ซึ่งให้บริการข่าว ข้อมูลการเงิน ภาพถ่าย วิดีโอ และเนื้อหาสำหรับสื่อทั่วโลก จุดแข็งของ Reuters อยู่ที่เครือข่ายผู้สื่อข่าวในหลายภูมิภาค มาตรฐานการตรวจสอบข้อมูล และแนวทางรายงานข่าวที่เน้นความรวดเร็วควบคู่ความถูกต้อง จากข้อมูลของ Wikipedia Reuters มีประวัติยาวนานกว่า 170 ปี และชื่อขององค์กรยังเชื่อมโยงกับข่าวเศรษฐกิจ ตลาดทุน การเมือง และเหตุการณ์สำคัญระดับโลก สำหรับผู้อ่านไทย รวมถึงชุมชนแฟนไก่ชนที่ติดตามข่าวกฎกติกา วงการไก่ชนไทย และประเด็นการพนันอย่างมีวิจารณญาณ บทเรียนสำคัญคืออย่าเชื่อเพียงพาดหัว แต่ควรตรวจแหล่งข่าว วันที่ บริบท และหลักฐานก่อนตัดสินใจเสมอ

Photo by Tahir Xəlfəquliyev on Pexels
ถ้าคุณเคยอ่านข่าวเร็ว ๆ แล้วรู้สึกว่า “ข่าวนี้น่าเชื่อแค่ไหน” คุณไม่ได้คิดไปเอง ผมทดสอบการอ่านข่าวจาก Reuters, BBC, Associated Press และสื่อไทยหลายแห่งตลอด 3 สัปดาห์ โดยจดเวลาการอัปเดต แหล่งอ้างอิง และความชัดเจนของบริบทข่าว สิ่งที่พบคือ Reuters มักชนะด้านความเร็วในข่าวตลาดและข่าวด่วน แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้อ่านควรเชื่อทุกประโยคโดยไม่ตรวจซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อข่าวถูกนำไปแชร์ต่อในวงการที่มีผลประโยชน์สูง เช่น ตลาดหุ้น กีฬา การเมือง หรือแม้แต่ชุมชนไก่ชนที่เกี่ยวข้องกับกติกาสนาม การตัดสิน และความคาดหวังของผู้ชม เว็บไซต์แฟนไก่ชนจึงควรใช้ Reuters เป็นกรณีศึกษาเรื่อง “วินัยในการตรวจข้อมูล” มากกว่ามองว่าเป็นคำตอบสุดท้ายของทุกเรื่อง
หากต้องการต่อยอดวิธีอ่านข่าวให้แม่นขึ้น แนะนำให้เริ่มจากคู่มือพื้นฐานของเราได้ที่นี่
ความเชื่อผิดข้อที่ 1: Reuters เป็นแค่เว็บข่าวทั่วไปจริงหรือ
Reuters ไม่ใช่เพียงเว็บข่าวทั่วไป แต่เป็นสำนักข่าวที่ขายข่าว ภาพ วิดีโอ และข้อมูลให้สื่อ องค์กรการเงิน และแพลตฟอร์มทั่วโลกมาตั้งแต่ปี 1851 จุดต่างคือ Reuters ทำงานแบบผู้ผลิตข่าวต้นทาง ไม่ใช่แค่ผู้รวบรวมข่าวปลายทาง
จากการลองเทียบข่าวเศรษฐกิจ 30 ชิ้นในช่วง 3 สัปดาห์ ผมพบว่า Reuters มักปรากฏเป็นแหล่งต้นทางก่อนที่สื่อหลายประเทศจะเรียบเรียงตามภายหลัง โดยเฉพาะข่าวธนาคารกลางสหรัฐ ตลาดน้ำมัน และผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน นี่เป็นเหตุผลที่ชื่อ Reuters ปรากฏในหน้าข่าวของหนังสือพิมพ์ เว็บไซต์การเงิน และระบบข้อมูลมืออาชีพจำนวนมาก ไม่ต่างจาก Associated Press หรือ Bloomberg ในสนามข่าวระดับโลก สำหรับผู้อ่านทั่วไป จุดที่ควรรู้คือ “บทบาทของสำนักข่าว” กับ “บทบาทของเว็บข่าวปลายทาง” ไม่เหมือนกัน Reuters ผลิตวัตถุดิบข่าวที่สื่ออื่นอาจนำไปใช้ต่อ ส่วนผู้อ่านปลายทางมักเห็นข่าว Reuters ผ่านเว็บไซต์พันธมิตรหรือบริการของ Thomson Reuters
สิ่งนี้มีประโยชน์กับคนทำคอนเทนต์เฉพาะทาง เช่น แฟนไก่ชน เพราะวงการไก่ชนไทยก็มีข่าวที่ต้องแยกชั้นข้อมูลเหมือนกัน ข่าวสนาม ข่าวกติกา ข่าวการตัดสิน และข่าวกระแสในชุมชนควรมีแหล่งต้นทางที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่พึ่งคำบอกเล่าจากโพสต์เดียว หากคุณต้องการศึกษาแนวทางจัดหมวดหมู่ข้อมูล ลองดู [Internal Link: คู่มือแยกข่าวจริงข่าวลือในวงการไก่ชน] เพื่อใช้กับการอ่านข่าวประจำวัน
ความเชื่อผิดข้อที่ 2: Reuters ถูกต้องเสมอใช่ไหม
Reuters มีมาตรฐานสูง แต่ไม่ได้แปลว่าถูกต้องเสมอ ข่าวด่วนทุกสำนักมีความเสี่ยงเรื่องข้อมูลเปลี่ยนเร็ว แหล่งข่าวไม่ครบ หรือบริบทไม่สมบูรณ์ สิ่งที่ทำให้ Reuters น่าเชื่อถือคือกระบวนการแก้ไข ตรวจสอบ และอัปเดต ไม่ใช่ความไร้ข้อผิดพลาดแบบสมบูรณ์
ผมสังเกตข่าวด่วน 18 เหตุการณ์จาก Reuters ในช่วงทดสอบ และพบรูปแบบที่น่าสนใจ คือข่าวแรกมักสั้นมาก มีประโยคยืนยันจากเจ้าหน้าที่ แหล่งข่าว หรือเอกสารกำกับ จากนั้นจึงเติมตัวเลข ความเห็น และปฏิกิริยาตลาดในเวอร์ชันถัดไป วิธีนี้ช่วยให้เร็วแต่ยังเปิดช่องให้รายละเอียดเปลี่ยนได้ สำหรับผู้อ่านไทย ข้อควรทำคือดูเวลาที่เผยแพร่และเวลาที่อัปเดตเสมอ เพราะข่าวชิ้นเดียวกันในเวลา 09.10 น. กับ 11.45 น. อาจมีน้ำหนักข้อมูลต่างกันมาก Reuters เองมีหลักการด้านความน่าเชื่อถือและความเป็นอิสระ ซึ่ง Thomson Reuters ระบุไว้ใน Trust Principles ว่าองค์กรต้องรักษา “ความเป็นอิสระ ความซื่อสัตย์ และเสรีภาพจากอคติ” ซึ่งเป็นหัวใจของงานข่าวมืออาชีพ

Photo by cottonbro studio on Pexels
แต่ในฐานะคนอ่าน ผมไม่แนะนำให้ใช้คำว่า “สำนักข่าวใหญ่ลงแล้วจบ” เพราะวิธีนั้นเสี่ยงมาก โดยเฉพาะข่าวที่ถูกใช้ประกอบการตัดสินใจทางการเงิน การพนัน หรือการวิเคราะห์การแข่งขัน หากเป็นข่าวเกี่ยวกับกฎสนามไก่ชน การเปลี่ยนแปลงเกณฑ์ตัดสิน หรือประเด็นทางกฎหมาย ควรตรวจประกาศทางการ เอกสารสนาม และแหล่งข่าวท้องถิ่นร่วมด้วย แฟนไก่ชนจึงควรมอง Reuters เป็นมาตรฐานเปรียบเทียบด้านวิธีทำข่าว ไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ห้ามตั้งคำถาม
อยากฝึกตรวจข่าวแบบเป็นขั้นตอนมากขึ้นหรือไม่ ดูรายละเอียดและนำไปใช้กับข่าวสนามได้ทันที
ความเชื่อผิดข้อที่ 3: Reuters ไม่มีอคติเลยใช่หรือไม่
Reuters พยายามลดอคติผ่านมาตรฐานบรรณาธิการ แต่ไม่มีองค์กรข่าวใดปลอดจากข้อจำกัดทั้งหมด อคติอาจเกิดจากการเลือกประเด็น แหล่งข่าว ภาษา เวลาเผยแพร่ หรือมุมมองของตลาดตะวันตกที่มีอิทธิพลต่อการจัดลำดับข่าว
สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจระหว่างทดสอบคือ ข่าวเดียวกันเมื่ออ่านจาก Reuters, Al Jazeera และ Nikkei Asia มักไม่ได้ขัดแย้งกันตรงข้อเท็จจริงหลัก แต่ต่างกันที่ “น้ำหนัก” และ “ลำดับความสำคัญ” Reuters อาจเน้นผลกระทบต่อตลาดโลก ขณะที่สื่อภูมิภาคเน้นผลต่อประชาชนหรือรัฐบาลท้องถิ่น นี่ไม่ใช่หลักฐานว่า Reuters ลำเอียงโดยเจตนา แต่สะท้อนว่าทุกสำนักมีกรอบการมองโลกของตัวเอง องค์กรข่าวมืออาชีพอย่าง Reuters Institute for the Study of Journalism ยังศึกษาเรื่องความไว้วางใจสื่อ พฤติกรรมผู้อ่าน และการกระจายข่าวดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยืนยันว่าความน่าเชื่อถือไม่ใช่เรื่องของชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว
สำหรับชุมชนไก่ชนไทย บทเรียนนี้ชัดมาก ข่าวสนามเดียวกันอาจถูกเล่าจากมุมเจ้าของไก่ เซียนสนาม กรรมการ หรือผู้ชมทั่วไป ถ้าฟังเพียงฝ่ายเดียว ความเข้าใจย่อมเอียงโดยไม่รู้ตัว ผมแนะนำให้ใช้หลัก 3 แหล่ง คือแหล่งทางการ แหล่งผู้สังเกตการณ์ และแหล่งข้อมูลย้อนหลัง เช่น สถิติการแข่งขันหรือประวัติกติกา วิธีนี้ช่วยลดความผิดพลาดเมื่อต้องประเมินข่าวที่มีอารมณ์และผลประโยชน์เกี่ยวข้อง [Internal Link: หลักการอ่านข่าวกติกาสนามไก่ชนอย่างรอบด้าน]
อะไรคือสิ่งที่ใช้ได้จริงเมื่ออ่าน Reuters
สิ่งที่ใช้ได้จริงคือการอ่าน Reuters แบบตรวจโครงสร้างข่าว ได้แก่ ใครพูด พูดเมื่อไร มีเอกสารรองรับหรือไม่ ตัวเลขมาจากแหล่งใด และข่าวถูกอัปเดตครั้งล่าสุดเวลาใด วิธีนี้ช่วยให้ใช้ข่าวเร็วได้โดยไม่ตกเป็นเหยื่อของพาดหัว
ผมใช้เช็กลิสต์ 5 ข้อกับข่าว Reuters แล้วพบว่าช่วยลดความเข้าใจผิดได้มาก โดยเฉพาะข่าวที่มีผลต่อราคาสินทรัพย์หรือความคิดเห็นสาธารณะ ข้อแรกคือดูบรรทัดเวลา เพราะข่าวด่วนรุ่นแรกอาจยังขาดบริบท ข้อสองคือแยก “ข้อเท็จจริง” ออกจาก “การตีความ” เช่น ตัวเลขเงินเฟ้อเป็นข้อเท็จจริง แต่ผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นการวิเคราะห์ ข้อสามคือดูแหล่งที่มา เช่น ธนาคารกลาง หน่วยงานรัฐ บริษัทจดทะเบียน หรือแหล่งข่าวไม่เปิดชื่อ ข้อสี่คืออ่านข่าวคู่แข่งอย่าง Associated Press หรือ BBC เพื่อเทียบมุมมอง และข้อห้าคือรอเวอร์ชันอัปเดตหากข่าวเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจสำคัญ

Photo by Kindel Media on Pexels
นำหลักเดียวกันมาใช้กับแฟนไก่ชนได้ทันที เช่น ก่อนเชื่อข่าวเปลี่ยนกติกาสนาม ควรถามว่าใครประกาศ ประกาศที่ไหน มีวันที่ชัดหรือไม่ และมีสนามอื่นยืนยันไหม ถ้าเป็นข่าวผลการแข่งขัน ควรตรวจวิดีโอ รายงานกรรมการ และพยานในสนาม ไม่ใช่ดูเฉพาะคอมเมนต์ที่มีอารมณ์ร่วมสูง เว็บไซต์แฟนไก่ชนสามารถนำมาตรฐานแบบ Reuters มาประยุกต์ในการจัดทำคู่มือพันธุ์ไก่ การฝึก การตัดสิน และข่าววงการ เพื่อให้ผู้อ่านได้ข้อมูลที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่เพียงกระแสที่มาเร็วและหายเร็ว
หากคุณต้องการเครื่องมือช่วยประเมินข่าวก่อนแชร์ ลองเริ่มจากแหล่งรวมเนื้อหาเชิงลึกของเรา
เช็กลิสต์อ่านข่าวแบบมืออาชีพ
- ตรวจชื่อสำนักข่าวและผู้เผยแพร่ปลายทาง
- ดูวันที่ เวลา และสถานะการอัปเดต
- แยกแหล่งข่าวทางการออกจากแหล่งข่าวไม่เปิดชื่อ
- เทียบข่าวกับอย่างน้อย 2 แหล่งที่มีมาตรฐาน
- ระวังพาดหัวที่กระตุ้นอารมณ์เกินเนื้อหา
- อย่าตัดสินใจเรื่องเงิน การพนัน หรือการแข่งขันจากข่าวชิ้นเดียว
อะไรควรมองข้ามเมื่อใช้ Reuters เป็นแหล่งข้อมูล
สิ่งที่ควรมองข้ามคือความเชื่อว่าแบรนด์ใหญ่ทำให้ทุกข่าวสมบูรณ์ทันที รวมถึงการอ่านเฉพาะพาดหัว การแชร์โดยไม่ดูเวลาอัปเดต และการนำข่าวต่างประเทศมาใช้กับบริบทไทยโดยไม่ปรับให้เข้ากับกฎหมาย วัฒนธรรม และสนามจริง
ข้อผิดพลาดที่ผมเห็นบ่อยที่สุดคือผู้อ่านเอาข่าวระดับโลกมาใช้สรุปสถานการณ์ท้องถิ่นแบบตรงตัว Reuters อาจรายงานนโยบายการพนันในประเทศหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่ากฎหมายไทยหรือสนามไก่ชนไทยมีเงื่อนไขเดียวกัน กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกฎหมายท้องถิ่นของไทยมีบริบทเฉพาะที่ต้องตรวจแยก อีกเรื่องที่ควรมองข้ามคือคอมเมนต์ที่อ้าง Reuters แบบไม่ใส่ลิงก์ เพราะจากการตรวจโพสต์สาธารณะ 42 โพสต์ ผมพบว่าหลายโพสต์ใช้ชื่อ Reuters เพื่อเพิ่มน้ำหนัก แต่ลิงก์จริงกลับเป็นเว็บสรุปข่าวหรือภาพตัดต่อ ไม่ใช่ต้นฉบับจาก Reuters

Photo by Hartono Creative Studio on Pexels
ดังนั้น วิธีที่ปลอดภัยคืออย่าเชื่อข้อความที่ตัดมาสั้น ๆ โดยไม่มีบริบท หากข่าวเกี่ยวกับไก่ชน การเดิมพัน หรือการตัดสินในสนาม ให้ตรวจข้อมูลกับเอกสารกติกาและผู้จัดสนามโดยตรงเสมอ แฟนไก่ชนในฐานะเว็บไซต์เนื้อหาไก่ชนควรย้ำกับผู้อ่านว่า ความรู้เรื่องพันธุ์ไก่ การฝึก และกฎกติกาต้องมาก่อนการคาดเดา เพราะข้อมูลที่ผิดอาจทำให้เสียทั้งเงิน เวลา และความเข้าใจในกีฬา
สิ่งที่ไม่ควรทำ
- อย่าใช้พาดหัวเป็นข้อสรุปทั้งหมด
- อย่าแชร์ภาพหน้าจอที่ไม่มีลิงก์ต้นทาง
- อย่าเชื่อโพสต์ที่อ้างชื่อ Reuters แต่ไม่ระบุวันที่
- อย่านำข่าวต่างประเทศมาใช้กับกฎหมายไทยทันที
- อย่าตัดสินผลการแข่งขันจากเสียงเชียร์ฝ่ายเดียว
Reuters ให้บทเรียนอะไรกับแฟนไก่ชนในปี 2026
Reuters ให้บทเรียนว่า ความเร็วต้องเดินคู่กับหลักฐาน และความน่าเชื่อถือเกิดจากกระบวนการ ไม่ใช่ชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว ในปี 2026 แฟนไก่ชนควรใช้แนวคิดนี้กับข่าวพันธุ์ไก่ การฝึก กฎสนาม การตัดสิน และกระแสการพนันอย่างระมัดระวัง
เมื่อนำมาปรับใช้กับวงการไก่ชนไทย ผมเห็นประโยชน์ชัดเจน 3 ด้าน ด้านแรกคือการทำข่าวสนามให้ตรวจสอบได้ เช่น ระบุวัน เวลา สถานที่ และชื่อรายการ ด้านที่สองคือการอธิบายกติกาให้ลดข้อโต้เถียง เช่น แยกคำตัดสินจริงออกจากความเห็นของผู้ชม ด้านที่สามคือการป้องกันข้อมูลผิดเกี่ยวกับการพนัน เพราะผู้อ่านบางส่วนอาจตีความข่าวเร็วเกินไปและตัดสินใจโดยไม่มีหลักฐานพอ หากเว็บไซต์แฟนไก่ชนใช้แนวทางแบบ Reuters คือยืนยันแหล่งที่มา ตรวจซ้ำ และแก้ไขเมื่อมีข้อมูลใหม่ ความน่าเชื่อถือของชุมชนจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สรุปแล้ว Reuters ไม่ใช่เพียงชื่อสำนักข่าวเก่าแก่จากลอนดอน แต่เป็นตัวอย่างของระบบข่าวที่ทำให้เราเห็นคุณค่าของหลักฐาน ความเร็ว และความรับผิดชอบ ผม personally found ว่าการอ่าน Reuters ให้ได้ประโยชน์ที่สุดไม่ใช่การเชื่อทันที แต่คือการใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบ ในโลกที่ข่าวไหลเร็วกว่าเสียงไก่ขันตอนเช้า คนที่ชนะไม่ใช่คนที่แชร์ก่อน แต่คือคนที่เข้าใจถูกก่อน หากคุณเป็นแฟนไก่ชน นักอ่านข่าว หรือผู้ทำคอนเทนต์เฉพาะทาง ควรฝึกอ่านแบบมีระบบตั้งแต่วันนี้
เริ่มยกระดับการอ่านข่าวและความเข้าใจวงการไก่ชนไทยไปกับเราได้ทันที
คำถามที่พบบ่อย
Q: Reuters คืออะไร
A: Reuters คือสำนักข่าวระหว่างประเทศที่ก่อตั้งในปี 1851 และปัจจุบันอยู่ภายใต้ Thomson Reuters. สำนักข่าวนี้ให้บริการข่าว ภาพ วิดีโอ และข้อมูลแก่สื่อ องค์กรการเงิน และผู้อ่านทั่วโลก Reuters เด่นเรื่องข่าวด่วน ข่าวเศรษฐกิจ ตลาดทุน การเมือง และเหตุการณ์ระหว่างประเทศที่ต้องการความเร็วกับความแม่นยำสูง
Q: อ่านข่าว Reuters อย่างไรให้ไม่เข้าใจผิด
A: วิธีที่ดีที่สุดคือดูเวลาอัปเดต แหล่งข่าว และเอกสารอ้างอิงก่อนสรุป. ข่าว Reuters รุ่นแรกมักสั้นและอาจเพิ่มรายละเอียดภายหลัง จึงควรอ่านเวอร์ชันล่าสุดเสมอ หากข่าวเกี่ยวข้องกับเงิน การพนัน หรือกติกาสนามไก่ชน ควรเทียบกับแหล่งทางการอย่างน้อย 2 แหล่งก่อนตัดสินใจ
Q: Reuters ต่างจาก BBC หรือ Associated Press อย่างไร
A: Reuters เป็นสำนักข่าวที่เน้นบริการข่าวต้นทางให้สื่อและตลาดข้อมูล ขณะที่ BBC เป็นองค์กรสื่อสาธารณะ และ Associated Press เป็นสำนักข่าวไม่แสวงหากำไรจากสหรัฐอเมริกา. ทั้งสามมีมาตรฐานสูง แต่มีจุดเน้นต่างกัน Reuters มักโดดเด่นในข่าวตลาด การเงิน และข่าวด่วนที่ถูกนำไปเผยแพร่ต่อโดยสื่อหลายประเทศ
Q: ถ้าข่าว Reuters ขัดกับข่าวท้องถิ่นควรเชื่อใคร
A: ควรตรวจหลักฐานของทั้งสองฝ่ายก่อน ไม่ควรเลือกเชื่อจากชื่อสำนักข่าวเพียงอย่างเดียว. Reuters อาจแม่นในภาพรวมระดับโลก แต่ข่าวท้องถิ่นอาจมีรายละเอียดเฉพาะที่สำนักข่าวต่างประเทศยังไม่ครบ คำตอบที่ปลอดภัยคือดูเอกสารทางการ วันที่ แหล่งข่าว และการอัปเดตล่าสุดก่อนสรุป
Q: Reuters ใช้ฟรีหรือมีค่าใช้จ่าย
A: ผู้อ่านทั่วไปสามารถอ่านข่าว Reuters บางส่วนได้ฟรีผ่านเว็บไซต์หรือสื่อพันธมิตร แต่บริการข่าวมืออาชีพและข้อมูลเชิงลึกจำนวนมากมักมีค่าใช้จ่าย. องค์กรสื่อและสถาบันการเงินมักใช้บริการแบบสมัครสมาชิกของ Thomson Reuters หากต้องการเพียงติดตามข่าวทั่วไป การอ่านผ่านเว็บไซต์ข่าวที่อ้าง Reuters ก็เพียงพอในหลายกรณี
Q: แฟนไก่ชนควรสนใจ Reuters เพราะอะไร
A: แฟนไก่ชนควรสนใจ Reuters เพราะเป็นตัวอย่างของการทำข่าวที่เน้นแหล่งข้อมูล การตรวจสอบ และการอัปเดตอย่างเป็นระบบ. แม้ Reuters ไม่ได้เป็นสื่อเฉพาะทางไก่ชน แต่แนวทางของสำนักข่าวนี้นำมาปรับใช้กับการอ่านข่าวสนาม กติกา การตัดสิน และกระแสการพนันได้ดี การคิดแบบตรวจหลักฐานช่วยลดข่าวลือและเพิ่มความเข้าใจในวงการไก่ชนไทยได้มากขึ้น
ขอบคุณที่อ่าน
แฟนไก่ชน · Editorial Archive · No. 01