ข้ามไปยังเนื้อหา
เรียงความ

5 วิธีช่วยไก่ตัวผู้หน้าหนาวปี 2026: รอดปลอดภัยขึ้นจริง

การช่วยไก่ตัวผู้ในฤดูหนาวควรเริ่มจากการทำให้ร่างกายแห้ง อบอุ่น และมีน้ำสะอาด ไม่ใช่การปิดเล้าจนทึบสนิท เพราะความชื้น แอมโมเนีย และลมโกรกทำให้อาการแย่ลงได้ วิธีที่ได้ผลที่สุดคือจัดเล้าที่กันลมแต่ระบายอ...

26 กันยายน 2569 5 min read
5 วิธีช่วยไก่ตัวผู้หน้าหนาวปี 2026: รอดปลอดภัยขึ้นจริง
❦

5 วิธีช่วยไก่ตัวผู้หน้าหนาวปี 2026: รอดปลอดภัยขึ้นจริง

การช่วยไก่ตัวผู้ในฤดูหนาวควรเริ่มจากการทำให้ร่างกายแห้ง อบอุ่น และมีน้ำสะอาด ไม่ใช่การปิดเล้าจนทึบสนิท เพราะความชื้น แอมโมเนีย และลมโกรกทำให้อาการแย่ลงได้ วิธีที่ได้ผลที่สุดคือจัดเล้าที่กันลมแต่ระบายอากาศได้ วางคอนสูงจากพื้น ตรวจอาการทุกเช้า และแยกไก่ที่บาดเจ็บหรือซึมออกจากฝูง สำหรับไก่ที่หนาวสั่น เดินเซ หงอนซีด หรือไม่กินอาหาร ควรย้ายเข้าพื้นที่แห้งอุ่นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และปรึกษาสัตวแพทย์โดยเร็ว องค์กรอย่างสมาคมป้องกันการทารุณกรรมสัตว์แห่งสหรัฐอเมริกาและศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐอเมริกาเน้นเรื่องที่พักแห้ง สุขอนามัย และการลดความเครียดเป็นหลัก แฟนไก่ชนสามารถใช้รายการตรวจ 5 ข้อนี้ประเมินไก่ได้ทุกวัน โดยเริ่มจากการกำจัดลมโกรกก่อนเสริมความร้อนเสมอ

ไก่ตัวผู้ยืนบนคอนไม้ในเล้าแห้งช่วงเช้าหนาว แสงอาทิตย์อ่อนส่องผ่านช่องระบายอากาศ
Photo by Duc Nguyen on Pexels

อยากอ่านแนวทางดูแลไก่ให้เป็นระบบมากขึ้น ลองเริ่มจากแหล่งข้อมูลนี้ได้เลย

เรียนรู้เพิ่มเติม

5 วิธีช่วยไก่ตัวผู้หน้าหนาวที่ควรรู้

อันดับ 1 จัดเล้าให้กันลมและแห้ง

ไก่ตัวผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือในฤดูหนาวควรมีเล้าแห้ง กันลมโกรก และยังระบายอากาศได้ โดยเฉพาะบริเวณระดับหัวไก่ เพราะความชื้นสะสมร่วมกับมูลไก่ทำให้เกิดแอมโมเนียและเพิ่มความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ การปิดผนังทุกด้านแบบไม่มีช่องลมอาจดูอุ่น แต่ในทางปฏิบัติกลับทำให้ไอน้ำค้างและกลิ่นฉุนสะสมมากขึ้น

ลองเดินตรวจเล้าของคุณตอนเช้า ถ้าผนังมีหยดน้ำ ฟางชื้น หรือได้กลิ่นฉุน แปลว่าต้องแก้การระบายอากาศ ไม่ใช่เติมผ้าห่มอย่างเดียว โดยหลักแล้วให้ปิดด้านที่ลมหนาวพัดเข้าโดยตรง แต่เปิดช่องระบายอากาศด้านบนไว้ประมาณหนึ่ง ช่องว่างไม่ควรอยู่ตรงกับคอน เพราะลมเย็นที่ปะทะตัวไก่ตลอดคืนเพิ่มโอกาสตัวเย็นเกินไป

  • เปลี่ยนวัสดุปูพื้นเมื่อชื้นหรือจับตัวเป็นก้อน
  • ยกเล้าให้พ้นพื้นดินและน้ำขัง
  • ใช้ฟางแห้งหรือแกลบสะอาด ไม่ใช้วัสดุขึ้นรา
  • ตรวจคอนให้แข็งแรงและไม่มีขอบคม
  • แยกพื้นที่พักฟื้นจากฝูงหลัก

[Internal Link: คู่มือจัดเล้าไก่สำหรับมือใหม่]

อันดับ 2 ให้อาหารและน้ำที่ไม่ทำให้ร่างกายเสียสมดุล

อาหารช่วยไก่ตัวผู้ฟื้นตัวได้ดีเมื่อมีพลังงาน โปรตีน และน้ำเพียงพอ แต่การเทอาหารเพิ่มอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบทั้งหมด ในอากาศเย็น ไก่ใช้พลังงานรักษาอุณหภูมิร่างกายมากขึ้น จึงควรให้อาหารสำเร็จรูปคุณภาพเหมาะกับไก่โตเต็มวัย และเสริมธัญพืชในปริมาณพอเหมาะ ไม่ควรเปลี่ยนสูตรรวดเดียวเพราะอาจทำให้ท้องเสีย

น้ำสำคัญกว่าเรื่องที่หลายคนคิด น้ำที่เย็นจัดหรือมีน้ำแข็งทำให้ไก่ดื่มน้อยลง และไก่ที่ขาดน้ำจะกินอาหารได้น้อยตามไปด้วย ตรวจภาชนะอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะตอนเช้าและช่วงเย็น ในพื้นที่ภูเขาหรือภาคเหนือของไทย เช่น เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน ควรเตรียมน้ำสำรองในภาชนะสะอาด แต่ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำร้อน เพราะน้ำอุ่นเกินไปอาจเสียเร็วและกระตุ้นการเติบโตของเชื้อโรค

จากการสังเกตในฟาร์มขนาดเล็กหลายแห่ง ปัญหาที่มักถูกมองข้ามคือภาชนะน้ำวางใต้คอน ทำให้มูลตกใส่ในคืนเดียว แม้อากาศจะหนาว แต่เชื้อโรคไม่ได้หยุดทำงานตามอุณหภูมิหรอก การย้ายภาชนะออกจากแนวคอนเพียง 50–80 เซนติเมตรช่วยลดการปนเปื้อนได้อย่างเห็นผล และเป็นวิธีที่ต้นทุนแทบเป็นศูนย์

ถ้าต้องการเทียบแนวทางเลี้ยงและการฟื้นฟูไก่หลายช่วงวัย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่

เรียนรู้เพิ่มเติม

อันดับ 3 ตรวจภาวะหนาวเกินไปโดยไม่จับไก่บ่อยเกินจำเป็น

การประเมินไก่ที่หนาวควรดูพฤติกรรมร่วมกับสภาพร่างกาย ไม่ใช่ใช้ตัวเลขอุณหภูมิภายนอกเพียงอย่างเดียว ไก่โตเต็มวัยที่แข็งแรงมักยืนปกติ กินอาหาร และเกาะคอนตามพฤติกรรมเดิม หากเห็นว่าหมอบนิ่ง ขนฟูตลอดเวลา เบียดกันแน่น หายใจผิดปกติ หรือไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว ให้ถือเป็นสัญญาณเตือน

อย่าพาไก่จากอากาศเย็นเข้าห้องร้อนจัดทันที เพราะการเปลี่ยนอุณหภูมิรวดเร็วเพิ่มความเครียดและอาจทำให้ระบบไหลเวียนปรับตัวไม่ทัน วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือย้ายไปยังกล่องหรือคอกพักฟื้นที่แห้ง ไม่มีลม และอุ่นขึ้นทีละน้อย ใช้ผ้าคลุมเพียงบางส่วนเพื่อให้มีอากาศไหลผ่าน ห้ามวางไก่ชิดเครื่องทำความร้อนโดยตรง และห้ามใช้หลอดไฟที่สายไฟชำรุด เพราะไฟไหม้เล้ามักเกิดในช่วงที่เจ้าของหลับ

ตามคำแนะนำด้านสวัสดิภาพสัตว์ของ สมาคมป้องกันการทารุณกรรมสัตว์แห่งสหรัฐอเมริกา สัตว์ปีกควรมีที่พักที่สะอาด แห้ง และป้องกันสภาพอากาศรุนแรง ขณะที่ มหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ และหน่วยงานสัตวแพทย์หลายแห่งให้ความสำคัญกับการดูพฤติกรรมเป็นตัวชี้วัดสุขภาพ ไม่ใช่ดูอุณหภูมิอย่างเดียว

ผู้ดูแลกำลังตรวจหงอนและขนไก่ตัวผู้ในคอกพักฟื้นสะอาด บรรยากาศสงบและมีแสงธรรมชาติ
Photo by Ahmad Taufik on Pexels

อันดับ 4 ดูแลบาดแผลและแยกไก่ที่อ่อนแออย่างไร?

การแยกไก่ที่บาดเจ็บ ซึม หรือมีบาดแผลเป็นวิธีลดการจิกซ้ำและลดการแพร่โรค โดยควรใช้คอกพักฟื้นที่แห้ง มีน้ำสะอาด และมองเห็นฝูงได้บางส่วนเพื่อลดความเครียด ไก่ที่มีเลือดออกมาก หายใจลำบาก ยืนไม่ได้ หรือมีแผลลึกควรพบสัตวแพทย์ทันที ไม่ควรใช้ยาคน ยาฆ่าเชื้อเข้มข้น หรือยาปฏิชีวนะที่เหลือเอง

ขั้นตอนเบื้องต้นมีดังนี้

  1. สวมถุงมือและจับไก่อย่างนุ่มนวล โดยประคองปีกให้แนบลำตัว
  2. ใช้น้ำสะอาดหรือน้ำเกลือปราศจากเชื้อล้างสิ่งสกปรกบนแผล
  3. ซับให้แห้งและตรวจว่ามีเลือดไหลต่อเนื่องหรือไม่
  4. แยกจากฝูงในพื้นที่มีอากาศถ่ายเท
  5. บันทึกเวลา อาการ การกินน้ำ และการขับถ่าย
  6. ติดต่อคลินิกสัตวแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 12–24 ชั่วโมง

คำว่า “ช่วยเหลือ” ไม่ได้หมายถึงทำให้ไก่กลับไปแข่งขันหรือใช้งานหนักโดยเร็วที่สุดนะ มันหมายถึงทำให้สัตว์ปลอดภัยก่อน องค์การสุขภาพสัตว์โลก หรือองค์การสุขภาพสัตว์โลก ย้ำหลักการป้องกันความเจ็บปวดและการดูแลตามความจำเป็นของสัตว์ การดูแลไก่จากกิจกรรมที่มีการต่อสู้ควรมุ่งฟื้นฟู ไม่สนับสนุนการบาดเจ็บซ้ำ และควรตรวจข้อกฎหมายท้องถิ่นด้วย เพราะกฎหมายเกี่ยวกับการทารุณกรรมสัตว์และการพนันแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่

[Internal Link: แนวทางปฐมพยาบาลไก่ที่มีบาดแผล]

ถ้าคุณกำลังดูแลไก่ที่เพิ่งถูกช่วยออกมา วิธีเช็กอาการด้านล่างจะช่วยลดการเดาแบบเสียเวลาได้

เรียนรู้เพิ่มเติม

อันดับ 5 ป้องกันโรคและวางแผนตรวจทุกวัน

การป้องกันโรคในหน้าหนาวคุ้มกว่าการรักษา เพราะค่าใช้จ่าย เวลา และความเสี่ยงเพิ่มขึ้นทันทีเมื่อไก่หลายตัวป่วยพร้อมกัน ใช้หลักกักกันไก่ตัวใหม่อย่างน้อย 30 วันก่อนรวมฝูง ทำความสะอาดภาชนะน้ำทุกวัน และเก็บมูลออกจากจุดพักเป็นประจำ หากมีไก่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ อย่าชำแหละหรือเคลื่อนย้ายแบบไม่ป้องกัน ควรติดต่อสำนักงานปศุสัตว์ในพื้นที่

ทุกเช้าให้เช็ก 6 จุด ได้แก่ การกินอาหาร การดื่มน้ำ อุจจาระ การหายใจ สีหงอน และการยืนหรือเกาะคอน รายการนี้ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที แต่ช่วยเห็นแนวโน้มก่อนอาการหนักได้ ถ้าค่าพฤติกรรมเปลี่ยนต่อเนื่อง 2 วัน เช่น กินลดลงชัดเจนหรือซึมนาน ให้แยกสังเกต ไม่ต้องรอจนล้ม

แฟนไก่ชนอาจคุ้นกับการดูรูปร่าง กล้ามเนื้อ หรือกำลังของไก่ แต่ในช่วงฤดูหนาว ตัวชี้วัดที่มีประโยชน์กว่าคือการฟื้นตัวหลังตื่นนอนและการตอบสนองต่ออาหาร เพราะไก่ที่ดูภายนอกยังดีอาจเริ่มขาดน้ำหรือมีปัญหาทางเดินหายใจแล้ว นี่เป็นข้อสังเกตเชิงปฏิบัติที่หลายคู่มือไม่ได้เน้น และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการซื้ออาหารเสริมแบบสุ่ม

สมุดบันทึกสุขภาพไก่ข้างภาชนะน้ำสะอาดและอุปกรณ์ตรวจเล้าในเช้าวันอากาศเย็น
Photo by Kritsana (Kid) Takhai on Pexels

เราจัดอันดับวิธีช่วยไก่หน้าหนาวอย่างไร?

เราให้น้ำหนักความปลอดภัย 40 เปอร์เซ็นต์ การลดความเสี่ยงโรค 25 เปอร์เซ็นต์ ความง่ายในการทำ 20 เปอร์เซ็นต์ และค่าใช้จ่าย 15 เปอร์เซ็นต์ จึงจัดให้การกันลมและทำเล้าให้แห้งเป็นอันดับหนึ่ง เพราะใช้เงินไม่มากและป้องกันปัญหาได้พร้อมกันหลายด้าน การให้อาหารและน้ำอยู่ในอันดับสอง เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อพลังงานและการฟื้นตัว แต่ต้องทำควบคู่กับสภาพแวดล้อม

หลักคิดนี้อิงทั้งแนวทางสวัสดิภาพสัตว์และประสบการณ์การดูแลไก่ในพื้นที่อากาศเย็นของประเทศไทย เช่น เชียงใหม่ น่าน และเลย ไม่ได้ตัดสินจากอุปกรณ์ราคาแพง หากคำนวณแบบความน่าจะเป็นง่าย ๆ การเปลี่ยนฟางชื้นและปิดลมโกรกมีโอกาสลดปัญหาหลายชนิดพร้อมกัน ขณะที่การซื้ออาหารเสริมหนึ่งกระปุกอาจช่วยได้เฉพาะกรณีและยังไม่แก้ต้นเหตุ

คำแนะนำจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประเทศไทย และกรมปศุสัตว์ควรใช้เป็นแหล่งอ้างอิงเมื่อพบอาการผิดปกติหรือจำเป็นต้องกักกันโรค โดยเฉพาะฟาร์มที่มีไก่จำนวนมาก “การป้องกันโรคมีต้นทุนต่ำกว่าการควบคุมการระบาด” เป็นหลักคิดที่ใช้ได้ตรง ๆ แม้ฟังดูธรรมดา แต่ตอนกลางคืนที่อุณหภูมิลดลง คนมักนึกถึงความอุ่นก่อนสุขอนามัยเสมอ ซึ่งเป็นจุดพลาดที่ควรเลี่ยง

ควรเลือกวิธีไหนสำหรับไก่ของคุณ?

ถ้าไก่ยังแข็งแรงแต่ลมหนาวแรง ให้เริ่มจากปรับเล้าและเพิ่มการตรวจน้ำ หากไก่ตัวผู้ผอม ซึม หรือเพิ่งได้รับการช่วยเหลือ ให้ใช้คอกแยกและบันทึกอาการทุก 6–12 ชั่วโมง หากมีแผล เลือดออก หายใจเสียงดัง หรือไม่กินไม่ดื่ม ให้พบสัตวแพทย์แทนการทดลองยาหลายชนิดเอง สรุปแบบไม่อ้อมค้อมคือ ไม่มีอุปกรณ์ชิ้นเดียวที่ชนะทุกสถานการณ์ เล้าแห้ง การเฝ้าดูสม่ำเสมอ และการรักษาเร็วมีมูลค่ารวมสูงสุด

สำหรับเจ้าของที่ต้องเดินทางหรือเลี้ยงไก่ในพื้นที่ห่างไกล ควรเตรียมชุดฉุกเฉิน ได้แก่ ถุงมือ น้ำเกลือ ผ้าสะอาด กล่องพักฟื้น เครื่องชั่ง และไฟฉาย ไม่จำเป็นต้องซื้อของครบโกดัง แค่มีของใช้พื้นฐานและเบอร์สัตวแพทย์ใกล้บ้านก็ลดเวลาตัดสินใจได้มาก แฟนไก่ชนสามารถใช้เว็บไซต์เนื้อหาไก่ชนเพื่ออ่านเรื่องพันธุ์ไก่ การฝึก กฎกติกาสนาม การตัดสิน และวงการไก่ชนไทยได้ แต่เมื่อเป็นอาการเจ็บป่วยจริง ให้ยึดสวัสดิภาพสัตว์และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก

[Internal Link: รายการอุปกรณ์ดูแลไก่ฉุกเฉิน]

ถ้าคุณพร้อมวางระบบดูแลให้ทำได้จริงทุกเช้า เริ่มจากรายการเล็ก ๆ ก่อน ไม่ต้องทำให้ยุ่งยากเกินไป

เรียนรู้เพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย

Q: วิธีช่วยไก่ตัวผู้หน้าหนาวหมายถึงอะไร?

A: วิธีช่วยไก่ตัวผู้หน้าหนาวคือการจัดสภาพแวดล้อมให้อบอุ่น แห้ง ปลอดลมโกรก และลดความเสี่ยงโรคโดยไม่ทำให้ไก่เครียดเกินไป ควรตรวจน้ำ อาหาร การหายใจ สีหงอน และการเคลื่อนไหวทุกวัน เล้าไม่ควรปิดทึบ เพราะความชื้นและแอมโมเนียอาจสะสมจนทำให้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา หากไก่ซึม ไม่กิน หรือมีบาดแผล ควรแยกออกและติดต่อสัตวแพทย์

Q: จะรู้ได้อย่างไรว่าไก่ตัวผู้หนาวเกินไป?

A: ไก่ที่หนาวเกินไปมักขนฟู สั่น หมอบนิ่ง เบียดกันแน่น ไม่กินอาหาร หรือเกาะคอนไม่ไหว สัญญาณที่รุนแรงขึ้น ได้แก่ เดินเซ หายใจผิดปกติ หงอนซีด และไม่ตอบสนองต่อสิ่งรอบตัว อย่าย้ายไก่จากอากาศเย็นไปยังความร้อนจัดทันที ให้ย้ายเข้าพื้นที่แห้งและอุ่นขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากอาการไม่ดีขึ้นภายในเวลาไม่นาน ควรขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์

Q: ระหว่างเล้ากันลมกับเครื่องทำความร้อน อะไรสำคัญกว่ากัน?

A: เล้าที่กันลมและแห้งสำคัญกว่าการเพิ่มเครื่องทำความร้อนในไก่โตเต็มวัยส่วนใหญ่ เครื่องทำความร้อนที่ติดตั้งไม่ดีมีความเสี่ยงไฟไหม้ สายไฟเสียหาย และอุณหภูมิเปลี่ยนเร็วเกินไป ควรแก้ลมโกรก เปลี่ยนวัสดุปูพื้น และยกคอนให้พ้นพื้นก่อน หากจำเป็นต้องใช้ความร้อน ให้เลือกอุปกรณ์มาตรฐาน ติดตั้งห่างจากฟาง และตรวจทุกวัน

Q: ถ้าไก่หน้าหนาวไม่กินอาหารควรทำอย่างไร?

A: หากไก่ไม่กินอาหาร ให้แยกไว้ในคอกแห้ง ตรวจน้ำ อุณหภูมิร่างกายโดยพฤติกรรม และดูว่ามีแผลหรือหายใจผิดปกติหรือไม่ อย่าฝืนกรอกอาหารหรือน้ำเข้าปาก เพราะอาจสำลักได้ วางอาหารที่คุ้นเคยในภาชนะสะอาดและติดตามการกินในช่วง 6–12 ชั่วโมง หากยังไม่กิน ซึมมาก หรือดื่มน้ำน้อย ควรพบสัตวแพทย์

Q: ต้องแยกไก่ที่ได้รับการช่วยเหลือนานแค่ไหน?

A: โดยทั่วไปควรแยกไก่ตัวใหม่หรือไก่ที่มีอาการผิดปกติอย่างน้อย 30 วันเมื่อมีความเสี่ยงโรคติดต่อ ส่วนไก่ที่มีบาดแผลควรแยกจนแผลแห้ง เดินและกินได้ปกติ และไม่มีอาการซึม การกักกันควรใช้ภาชนะน้ำ อาหาร และอุปกรณ์ทำความสะอาดแยกจากฝูงหลัก หลังดูแลไก่ป่วยควรล้างมือและเปลี่ยนรองเท้าหรืออุปกรณ์ก่อนเข้าเล้าหลัก

Q: การดูแลไก่ตัวผู้หน้าหนาวมีค่าใช้จ่ายเท่าไร?

A: ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นอาจต่ำมากหากมีเล้าเดิม โดยเน้นฟางแห้ง ภาชนะน้ำ กล่องพักฟื้น และวัสดุปิดลมที่ปลอดภัย ค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นเมื่อจำเป็นต้องซื้อเครื่องทำความร้อน ตรวจโรค หรือรักษาบาดแผลกับสัตวแพทย์ ดังนั้นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดมักเป็นการแก้ความชื้นและลมโกรกก่อน เพราะลดโอกาสเกิดปัญหาหลายอย่างพร้อมกัน ไม่ควรประหยัดด้วยการใช้ยาเหลือหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ชำรุด

Q: ควรพาไก่ที่มีอาการแบบไหนไปพบสัตวแพทย์?

A: ควรพาไก่ไปพบสัตวแพทย์เมื่อมีเลือดออกไม่หยุด หายใจลำบาก เดินไม่ได้ ชัก ซึมมาก ไม่กินไม่ดื่ม หรือมีแผลลึก อาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ภาวะฉุกเฉินมากกว่าความหนาวธรรมดา ระหว่างเดินทางให้ใส่กล่องที่แห้ง มีช่องอากาศ และรองด้วยผ้าสะอาด หลีกเลี่ยงการป้อนยาเองและจดเวลาที่เริ่มมีอาการเพื่อแจ้งสัตวแพทย์อย่างละเอียด

การดูแลที่ดีไม่จำเป็นต้องซับซ้อนหรอก เริ่มจากเล้าแห้ง น้ำสะอาด การสังเกตทุกวัน และการไม่ปล่อยให้อาการเล็ก ๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ก็พอแล้ว

หากต้องการอ่านแนวทางการดูแลไก่เพิ่มเติม ติดตามข้อมูลจาก แฟนไก่ชน ได้ที่นี่

เรียนรู้เพิ่มเติม

§
❦

แฟนไก่ชน · Editorial Archive · No. 01

บทความที่เกี่ยวข้อง